ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองสุเทพ

โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ตำบลสุเทพน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี มีรายได้ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

E-Service

งานบริการประชาชน เทศบาลเมืองสุเทพ

?>

ข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของเทศบาล

ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาจ้างปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียนเทศบาลบ้านทรายคำ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 14 ส.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 28 พ.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาซื้อโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 07 พ.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์และศูนย์ป้องกันไฟป่าบ้านดอยปุย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 10 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 06 มี.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0018 สายบ้านใหม่หลังมอ 10 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 3 (เดือน เมษายน พ.ศ. 2569 ถึง เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2569) 21 ก.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 20 ก.ค. 69
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 2 (เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 ถึง เดือน มีนาคม พ.ศ. 2569) 30 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 09 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0052 บ้านร่ำเปิง 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 16 มี.ค. 69
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสาคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 1 เดือน ตุลาคม 2568 ถึงเดือน ธันวาคม 2568 23 ม.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ ครั้งที่ 3 20 พ.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อ โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซี กำลังแรงม้าสู 30 มี.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ซื้อรถยนต์ตรวจการณ์ จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 03 ธ.ค. 68
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 01 ส.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ. ๘๔-๐๐๗๒ สายบ้านโป่งน้อย ๖ หมู่ที่ ๖ บ้านโป่งน้อย ตำบลสุเทพ ฯ 18 ก.ค. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน โดยวิธีคัดเลือก 05 ก.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 27 มิ.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 17 เม.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลสุเทพ (หลังใหม่) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 01 เม.ย. 67

ข้อมูลท่องเที่ยว

เทศบาลเมืองสุเทพ

ร้านอาหาร คุ้มเวียงยอง

ร้านอาหาร คุ้มเวียงยอง ให้บริการอาหารเหนือ เช่นลาบหมูคั่ว, แกงฮังเล, แกโฮะ, ไก่เมืองนึ่ง, แกงผักหวานป่า, ข้าวเหนียวกล้องฯ นอกจากนี้คุ้มเวียงยอง ยังแบ่งส่วนหนึ่งของร้านตกแต่งให้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม จัดจำลองเป็นห้องครัวเก่าแก่แบบโบราณ ชวนให้มาศึกษาถึงการปรุงอาหารในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี อีกด้วย ที่อยู่ 99/9 หมู่5 อาคาร โครงการบ้านสวนนันทขว้าง ถนนคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ เปิดทุกวัน เวลา 10.00 - 22.00 น

วัดร่ำเปิง

วัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) ประเภท    วัดราษฎร์ นิกาย        มหานิกาย ที่ตั้ง        ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ประวัติวัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) เหตุการณ์ล่วงผ่านไปในอดีต ในสมัยพระยามังรายองค์ที่ 12 ปกครองเมืองเชียงใหม่ ท่านมีพระราชโอรสนามว่า ท้าวศรีบุญเรือง ต่อมามีคนกล่าวหาว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการจะกบฏ พระเจ้าติโลกราชจึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการให้ไปปกครองเมืองเชียงแสนและเชียงรายแทน ต่อมา ท้าวศรีบุญเรือง มีพระราชโอรส ซึ่งประสูติบนยอเขาสูงในเชียงราย (ยอดดอกบัว) ท่านได้ประทานนามพระราชโอรสว่า ?พระเจ้ายอดเชียงราย? จนกระทั่งวันหนึ่ง ติโลกราชถูกเพ็ดทูลจากนางหอมุข พระสนมเอกว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการก่อกบฏอีก จึงมีพระกระแสรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระราชโอรสเสีย และหลังจากนั้นทรงโปรดให้ราชนัดดา คือ พระเจ้ายอดเชียงราย ครองเมืองเชียงรายสืบต่อมา เหตุการณ์ต่อจากนั้น มีพระธุดงค์รูปหนึ่งปักกลดตรงบริเวณวัดร่ำเปิงในปัจจุบัน ท่านทูลพระเจ้ายอดเชียงรายว่าเมื่อตอนกลางคืน ท่านเห็นรัศมีสว่างบริเวณต้นมะเดื่อซึ่งไม่ห่างจากที่ท่านปักกลด จึงสงสัยว่าน่าจะมีพระธาตุประดิษฐานอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อพระเจ้ายอดเชียงรายทราบดังนี้ จึงอธิษฐานว่า ถ้าที่แห่งนั้นมีพระบรมธาตุฝัง อยู่ ขอให้ช้างพระที่นั่งที่ท่านกำลังทรงไปหยุด ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นช้างเดินไปหยุดที่ใต้ต้นมะเดื่อ พระองค์จึงขุดดินบริเวณนี้และพบพระธาตุเขี้ยวแก้วบรรจุอยู่ในผอบดินแบบเชียง แสน พระองค์จึงทรงทำพิธีสมโภช และอธิษฐานขอเห็นอภินิหารของพระบรมสารีริกธาตุนั้นจากนั้นจึงบรรจุลงในผอบทอง แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น และจารึกประวัติหารสร้างวัดนี้ ลงในศิลาจารึกเป็นตัวหนังสือฝักขาม แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ?วันศุกร์ขึ้นสามค่ำเดือนเจ็ด ปีชวด พุทธศักราชสองพันสามสิบหาปี เวลา 08.20 น. ได้ฤกษ์ภรณี (ดาวงอนไถ) ได้โยคมหาอุจจ์? โดยมีพระนางอะตะปาเทวี ซึ่งเป็นพระมเหสี ดำเนินการสร้างแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งที่เป็นพระมหาเถระและผู้สร้างฝ่ายอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระพุทธรูปเป็นประธาน และพระพุทธรูปตามซุ้มที่พระธาตุเจดีย์กับได้สร้างพระไตรปิฏกและพระราชทานทรัพย์ (นา) เงิน (เบี้ย) เป็นจำนวนมหาศาล จากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาพื้นที่วัดและลักลอบขุดพระธาตุเจดีย์ได้นำวัตถุโบราณและพระพุทธรูปไป ส่วนอุโบสถ และวิหาร ชำรุดทรุดโทรมลง วัดนี้จึงร้างมาหลายยุคสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 ได้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ จากนั้นอาราธนาพระภิกษุชาว บ้านร่ำเปิงรูปหนึ่งชื่อ หลวงปู่จันทร์สม หรือ ครูบาสม มาปกครองดูแลวัดจนวิหารสร้างเสร็จเสร็จในปี พ.ศ. 2516 ในปีเดียวกัน ท่านถึงแก่มรณภาพ วัดจึงขาดพระจำพรรษาจนถึงปลายปี 2517 ส่วนวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานนั้นมีต้นไม้ขึ้นรกปกคลุมมาก แผ่นศิลาจารึกได้จมดินอยู่ในวิหาร ปี พ.ศ. 2484 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประชุมตกลงกันให้อัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานไว้ ณ ด้านหลังพระวิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหารในจังหวัดเชียงใหม่ และได้ร่วมกับกรรมการวัดทั้งผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ทำการก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2515 เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีการสร้างอุโบสถที่มีอยู่ในเลา มีผู้มีจิตศรัทธาช่วยซ่อมให้ได้ใช้ในการปฏิบัติสังฆกรรมมาจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปพระประธานนั้นมีอายุประมาณ 700-800 ปี และมีชื่อว่า หลวงพ่อศรีอโยธยา พระครูพิพัฒน์คณาภิบาล (ทอง สิริมงคโล) เป็นเจ้าอาวาสวัดเมืองมางและเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระประจำสำนักวัด เมืองมาง ได้ธุดงค์วัตรมาปักกลดอยู่บริเวณวัดร่ำเปิงนี้ ได้เล็งเห็นว่าสถานที่เหมาะแก่การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงมีโครงการที่จะขยายงานวิปัสสนากรรมฐานขึ้นอีกแห่งหนึ่งจึงได้มาจำพรรษาอยู่ทีวัดร่ำเปิง(ตโปทาราม) แห่งนี้ และชักชวนชาวบ้าน ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูขึ้นจนสำเร็จ ในปี พ.ศ. 2533 ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูชั้นพิเศษเป็นพระราชคณะที่ราชทินนาม ?พระสุพรหมยานเถร? และในปี พ.ศ. 2534 พระครูภาวนวิรัชได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ โดยท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่ ท่านสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณฯพระอาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส อีกทั้งได้ก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม 3 ชั้น เพื่อส่งเสริมในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยเฉพาะในด้านพระอภิธรรม นอกจากนี้ได้สร้าง อาคาร ?80 ปี พระราชพรหมาจารย์? ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน วัดนี้เป็นแหล่งวิปัสสนากรรมฐานทางภาคเหนือที่ทำการอบรมพระกรรมฐานในแนวสติปัฎฐาน 4 ปัจจุบันมีชาวไทยและชาวต่างประเทศ สนใจมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันอย่างมากมาย นอกจากนี้วัดนี้เป็นแห่งแรกที่มีพระไตรปิฏกฉบับล้านนา อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมที่มีพระไตรปิฏกฉบับภาษาต่าง ๆ มากที่สุดในโลก

วัดป่าแดงมหาวิหาร

วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ 14 (บ้านใหม่หลังมอ) ซ.4 ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดินทั้งหมด 3 แปลง เนื้อที่ 17 ไร่ 66 ตารางวา ปัจจุบันมีพระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย เพื่อเป็นที่พำนักของพระมหาญาณคัมภีร์และคณะซึ่งเดินทางกลับจากการศึกษาพระพุทธศาสนาจากประเทศศรีลังกา ในขณะเดียวกันพระมหาญาณคัมภีร์ได้อัญเชิญพระไตรปิฎกพระพุทธรูป และต้นโพธิ์มาปลูกในวัดแห่งนี้ วัดป่าแดงมหาวิหาร จึงเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายสิงหลในล้านนาไทย พระเจ้าติโลกราชทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากทรงผนวชชั่วคราว ณ อารามแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.1990 โดยมีพระมหาญาณมงคลเป็นพระราชอุปัชฌาย์ มีพระอตุลสกัตยาธกรณะเป็นพระอนุสาวนาจารย์ สิ้นราชวงศ์เม็งราย เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ทำให้วัดป่าแดงมหาวิหารถูกทอดทิ้งจนชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นและมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนถึงปัจจุบัน

วังบัวบาน

วังบัวบาน วังบัวบาน เป็นชื่อวังน้ำที่อยู่เบื้องล่างชะง่อนผาสูงบริเวณเหนือน้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่ วังน้ำนี้เดิมเรียกว่า "วังคูลวา" หรือ "วังกุลา" ด้วยมีเรื่องเล่ามาก่อนว่ามี "คูลวา-กุลา"ซึ่งหมายถึงแขกคนหนึ่งพลัดตกลงไปตายในวังน้ำแห่งนี้ คำว่า "คูลวา-กุลา" ในภาษาล้านนาหมายถึงแขกหรือฝรั่งชาวต่างชาติซึ่งถือว่าไม่เป็นที่พึงต้อนรับ วังน้ำที่เกิดเหตุจึงได้ชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ นักเขียนสารคดีเชิงบันทึกเหตุการณ์กล่าวไว้ว่ามีการเปลี่ยนชื่อ เป็น "วังบัวบาน" เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยเหตุที่มีหญิงชื่อ "บัวบาน" ตกลงไปตายในวังน้ำนี้อีก วังน้ำอาถรรพณ์นี้จึงเปลี่ยนมาเรียกชื่อว่า "วังบัวบาน" เรื่องราวการตายของบัวบานมีการโจษจันกันอยู่สองกระแส บ้างเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย บ้างว่าเป็นเพราะหญิงคนงามดังกล่าว พลัดตกโดยอุบัติเหตุ แต่ก็มีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว จากการให้สัมภาษณ์ของนายศิริพงษ์ ศรีโกศัย(นักจัดรายการวิทยุที่ใช้นามแฝงว่า"ย่าบุญ" เมื่อ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๐) เล่าว่าที่ตั้งบ้านของบัวบาน ปัจจุบันอยู่ฟากถนนตรงกันข้ามกับอาคารอำนวยการหลังเก่าของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ มีอาชีพเป็นครูสอนในโรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนซินเซิง โรงเรียนฮั่วเคี้ยวและโรงเรียนฮั่วเอง ครูบัวบานมีคนรักเป็นนายทหารรักษาพระองค์ ต่อมาถูกทหารดังกล่าวสลัดรัก บัวบานจึงเสียใจมากและได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงไปในวังน้ำแห่งนั้น ส่วนเจ้าบุญศรี ณ เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๑ ว่า ครูบัวบานมีสถานที่อยู่ตรงกันกับที่กล่าวมาแล้ว แต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าครูบัวบานเป็นคนสวยจนเป็นที่เล่าลือกันทั่วไป ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๘) ครูบัวบานคนสวยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ครั้งนั้นได้มีทหารหน่วยราบจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาตั้งอยู่ที่วัดฟ้าฮ่ามด้วย นายร้อยตรีหนุ่มรูปงามในกองทหารนั้นได้พบกับครูบัวบานคนสวยบ่อยครั้งเข้าก็สนิทสนมแล้วกลายเป็นคู่รักและได้เสียกันขึ้น ต่อมานายร้อยตรีผู้นั้นกลับลงไปกรุงเทพฯ ตามคำสั่งพร้อมกับคำสัญญาว่าจะขึ้นมาแต่งงานกับครูบัวบานคนงาม แต่คำสัญญานั้นลงท้ายก็กลายเป็นคำลวงเพราะนายร้อยตรีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ครูบัวบานรออยู่นานจนผิดสังเกตและเห็นว่าครรภ์โตมากขึ้น เมื่อแน่ใจว่าตนถูกหลอกแน่แล้วจึงตัดสินใจไปกระโดดน้ำตาย ในบทความชื่อ "วังบัวบาน"ของสมาน ไชยวัณณ์ ตีพิมพ์ในวารสาร "คนเมือง ฉบับดำหัว" ต้อนรับสงกรานต์ ๒๕๑๑ กล่าวว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ โดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่าตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดี และตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน ๘-๙ ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงดี ฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่ แล้วได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้น และครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนหนึ่ง ผู้เขียนบทความเล่าว่าในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูบัวบานป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยา บุตรและญาติสนิทว่าตนเคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้วก็ได้นัดครูประชาบาลคนรักไปตกลงกันในที่ปลอดคนแห่งหนึ่งบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดแต่งงานเสียเพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้านและเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่าตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรลงไปได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครู บัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้จึงผละจากแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังในเส้นทาง และได้พลาดตกจากหน้าผาลงสู่ "วังคูลวา-กุลา" และเสียชีวิตโดยไม่อาจช่วยได้ทัน ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความตกใจและกลัวโทษ ก็ได้แต่แอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้วและไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้ เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องหญิงงามที่ตายในวังน้ำก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่าด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำทำให้มะพร้าวต้นหนึ่งล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้นจนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัว และยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ จนเมื่อล้มป่วยหนักจึงได้ปริปากบอกเรื่องของตนกับครูบัวบาน พร้อมกับย้ำว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ มิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย จากการศึกษาของ สุธาทิพย์ สว่างผล ในวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาภาษาและวรรณ-กรรมล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๓๑ กล่าวว่า ในหนังสือ นิทานพื้นบ้านไทย ของ วสันต์ ปัณฑวงศ์ พ.ศ.๒๕๒๒ กล่าวถึงเรื่องของครูบัวบานในแง่ที่แผกออกไป โดยกล่าวว่า มีปลัดอำเภอหนุ่มรักกับลูกสาวคหบดีชื่อบัวบานและได้หมั้นหมายกันไว้โดยที่ไม่มีผู้ใดขัดข้อง แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะปลัดอำเภอเป็นทาสการพนันทุกชนิด ทำให้เกิดหนี้สินจนต้องยักยอกเงินของทางราชการไปใช้หนี้และเล่นการพนันด้วย ต่อมาได้ขอเงินจากบัวบานว่าจะไปใช้หนี้ราชการ แต่กลับนำไปเล่นการพนันอีกจนหมด จากนั้น ปลัดอำเภอหนุ่มได้นัดบัวบานไปสารภาพผิดที่หน้าผา แต่ทั้งคู่กลับทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนบัวบานทนไม่ได้จึงกระโดดหน้าผาตาย ส่วนปลัดอำเภอหนุ่มทาสพนันนั้นไม่มีการกล่าวถึงอีกว่าได้โดดหน้าผาตามหรือไม่ และเรื่องของครูบัวบานนี้ สุธาทิพย์ สว่างผล ได้ไปสัมภาษณ์คนที่สนิทกับครอบครัวของครูบัวบานผู้หนึ่งชื่อ นางอรุณ หมู่ละสุคนธ์ ๑๓๐ ถนนแก้วนวรัฐ อ.เมือง เชียงใหม่ เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๑ ซึ่งได้ความว่าบัวบานและหนุ่มชาวภาคกลางได้รักกันโดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง และบัวบานได้ตายเพียงผู้เดียว เมื่อบัวบานตายแล้วชายหนุ่มก็หายหน้าไป ญาติของบัวบานต่างคิดว่าเป็นการฆาตกรรมแต่ผู้เล่าเห็นว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือบัวบานอาจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายก็ได้ จากความตายอย่างน่าสะเทือนใจของครูสาวคนงามทำให้มีผู้โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ในครั้งนั้น กล่าวกันว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ อ.สารภี เชียงใหม่ ได้นำเรื่องนี้มาแต่งเป็นคำกลอนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ภิกษุรูปนั้นว่ากันว่าใช้นามปากกาว่า "เลิศ ลานนา" ซึ่งก็ว่าเป็นนามปากกาของนักเขียนสารคดีคนสำคัญของเชียงใหม่ชื่อ บุญเลิศ พิงค์พราวดี (บ้างก็ว่าภิกษุที่แต่งกลอนนั้นเป็นพระอยู่ที่วัดดอยสุเทพ) และว่าต่อมา "สนิท ส." (สนิท สิริวิสูตร) ผู้เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เชียงใหม่ก็ได้นำบทกลอนดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงขึ้นอีก แล้วแต่งเป็นเพลงชื่อ "วังบัวบาน" โดยมี อรุณ หงสวีณ เป็นผู้แต่งทำนอง และ มัณฑนา โมรากุล เป็นผู้ขับร้อง อัดแผ่นเสียง โดย อุดม รุ่งเรืองศรี

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. - 17.00 น. มีสัตว์อยู่ในสวนสัตว์จำนวนมาก เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย จากประเทศจีน ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาว ที่เป็นวัดเพียงแห่งเดียวของเวียงเจ็ดลิน และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกมาคอลว์ นาก นกกระทุง และมีส่วนจัดแสดงเพนกวินและแมวน้ำ ประวัติ สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493 - 2496) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นของนาย กี นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2431 - 2508) และนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2437 - 2524) เป็นสถานที่เริ่มต้น โดยเริ่มเปิดเป็นสวนสัตว์เล็กๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากนักช่วยดูแล นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง เป็นบุตรของมิชชันนารีชาวอเมริกันเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่าเคยทำงานในฐานะมิชชั่นนารีในรัฐฉาน ดินแดนของชาวไต ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดมาก่อน และเหตุผลที่ทำให้นายฮาโรลด์ ต้องเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหารและตำรวจชายแดนในประเทศไทย ก็คงเนื่องด้วยพันธะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อรัฐบาลไทย ในการสนับสนุนทั้งทางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ อย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันต่อต้านคอมมิวนิสต์ตามสนธิสัญญาไทย - อเมริกัน 3 ฉบับ คือ 1.    ความตกลงทางการศึกษาและวัฒนธรรม ในเดือนกรกฎาคม 2493 2.    ความตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ในเดือนกันยายน 2493 3.    ความตกลงทางการช่วยเหลือทางทหาร ในเดือนตุลาคม 2493 ผลปรากฏว่าหลังจากปี พ.ศ. 2493 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดส่ง คณะที่ปรึกษา อาสาสมัคร และกำลังสนับสนุนด้านต่างๆเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก เฉพาะด้านทหารและตำรวจนั้น สหรัฐอเมริกาได้ส่งคณะที่ปรึกษาทางทหารมาประจำประเทศไทยในปี พ.ศ. 2493 ต่อมาขยายเป็นหน่วย JUSMAG เพื่อช่วยวางแผนการจัดกองพล การจัดกรมผสม จัดระบบ ส่งกำลังกองทัพบก ฯลฯ ขณะที่กองกำลังตำรวจขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ก็ได้รับการขยายกำลังออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้การสนับสนุน ผ่านทางบริษัทซี ซัปพลาย (Sea Supply Coporation) การเข้ามาทำงานในประเทศไทยในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหาร และตำรวจตระเวรชายแดนของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ก็คงอยู่ในบริษัททางการเมืองดังกล่าวนี้ด้วย การสะสมสัตว์นานาชนิดของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ภายในบริเวณบ้านเวฬุวันที่ตนเช่าอยู่นั้น คงมี มากขึ้นๆ และคงสร้างต้องอาศัยพื้นที่ในบริเวณบ้านเวฬุวันมากขึ้นคงทำให้พื้นที่อันสวยงามของบ้านเวฬุวัน เช่น สนามหญ้าหน้าบ้านถูกใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ไปโดยปริยาย จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ ทายาทคนหนึ่งของ นาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ได้ขอให้นายฮาโรลด์ ผู้เช่าบ้านเวฬุวัน ย้ายสวนสัตว์ของเขาไปไว้ที่ ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของนาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชิงดอยสุเทพเช่นกันซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ส่วน หนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คงโดยเหตุที่นายฮาโรลด์เป็นชาวอเมริกัน ประชาชนของประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงยิ่งของโลก เขาจึงติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยตรง จนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2500 จนกระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2518 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2520 สวนสัตว์จึงโอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เนื่องนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2530 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีอายุครบ 10 ปีเต็ม ในรอบทศวรรษนั้น สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ขยายพื้นที่จากเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติให้นายฮาโรลด์ จัดตั้งสวนสัตว์ประมาณ 60 ไร่ ได้รับการขยายเป็น 130 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ขยายพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ไร่ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ เป็นประธานดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาสวนสัตว์ชียงใหม่ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งประเภทตำนาน จารึก และภาพถ่ายทางอากาศยืนยันชัดว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสัตว์เชียงใหม่คือส่วนหนึ่งของ เวียงเจ็ดลิน เวียงโบราณรูปวงกลมที่สร้างขึ้นในสมัยพญาสามฝั่งแก่น กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 8 (พ.ศ. 1945 - 1984) ร่องรอยคูน้ำ คันดินบางส่วนก็ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันซากอิฐจำนวนไม่น้อย ยังคงปรากฏทั่วไปในบริเวณสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยเฉพาะบนเนินเนินเหนือที่เลี้ยงช้าง เป็นกองอิฐก้อนใหญ่มาก เป็นร่องรอยให้สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา (ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานวัดกู่ดินขาวในปัจจุบัน) สวนสัตว์เชียงใหม่ ขึ้นอยู่กับองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความร่วมมือมาอย่างยาวนานกับสวนสัตว์ทารองก้า ประเทศออสเตรเลีย โดยการสนับสนุนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถานเอกอัครข้าราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทำให้ได้รับมอบสัตว์สำคัญจากออสเตรเลียมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ครูบาศรีวิชัยเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่จะขึ้นไปดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคล ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร ครูบาศรีวิชัย เดิมชื่อ เฟือน หรือ อินท์เฟือนบ้างก็ว่า อ้ายฟ้าร้อง เนื่องจากในขณะที่ท่านถือกำเนิดนั้นปรากฏฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ส่วนอินท์เฟือนนั้น หมายถึง การเกิดกัมปนาทหวั่นไหวถึงสวรรค์เมืองของพระอินทร์ ครูบาศรีวิชัยเกิดวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2421 ที่หมู่บ้าน บ้านปาง ต.แม่ตื่น อ.ลี้ จ.ลำพูน ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็กอยู่นั้น บ้านปางทุรกันดารมากและมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยง บ้านปางไม่มีวัดประจำหมู่บ้านจนกระทั่งครูบาขัติยะ เดินธุดงค์จากบ้านป่าซางผ่านมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงนิมนต์ครูบาขัติยะให้อยู่ประจำที่บ้านปาง แล้วชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างกุฎิชั่วคราวให้ท่านจำพรรษา ซึ่งในช่วงนั้นเองทีครูบาศรีวิชัยหรือเด็กชายอินท์เฟือน ในสมัยนั้นได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับครูบาขัติยะ และเมื่ออายุได้ 18 ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่อารามแห่งนี้ เมื่อสามเณรอินท์เฟือนมีอายุย่าง 21 ปี ก็ได้อุปสมบท ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนและได้รับฉายานามว่า สิริวิชโยภิกขุ มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2444 ครูบาขัติยะได้จาริกออกจากบ้านปางไป บ้างก็ว่าท่านมรณภาพ ครูบาศรีวิชัยจึงรักษาการแทนในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านปาง นอกจากการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพแล้ว ครูบาศรีวิชัยยังได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เป็นที่พึ่งทางใจและดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ ตลอดจนสาธารณะประโยชน์ตามคำอาราธนาอยู่เรื่อยมาจนกระทั่งวาระสุดท้ายของ ชีวิต ว่ากันว่างานบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามของท่านมีมากถึง 200 แห่งเลยทีเดียว และผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคืองานสร้างสะพานศรีวิชัยอนุสรณ์ ที่ทอดข้ามแม่น้ำปิงเพื่อเชื่อมระหว่าง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กับ อ.เมือง จ.ลำพูน แม้ท่านจะไม่ต้องทำงานประเภทใช้แรงงาน แต่การที่ต้องนั่งคอยต้อนรับและให้พรแก่ผู้มาทำบุญนั้น ทำให้ท่านอาพาธด้วยโรคริดสีดวงทวารซึ่งสะสมมาแต่ครั้งตระเวนก่อสร้างบูรณะวัดในเขตล้านนา เดือนมีนาคม พ.ศ. 2481 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิงยังไม่ทันเสร็จ ท่านก็มีอาการกำเริบหนักขึ้นและมรณภาพในที่สุด ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ชื่อที่ลูกหลานชาวเชียงใหม่รู้จักกันเป็นอย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม ความเลื่อมใสศรัทธาไม่เคยลดลง ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ศรัทธายิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที...ทุกที ดูได้จากการที่มีผู้คนมาสักการบูชาอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยอย่างไม่เคยขาดสาย นับว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวล้านนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ตลอดชั่วชีวิตของครูบาศรีวิชัย ท่านสร้างความดีและสร้างสาธารณประโยชน์ต่อผู้คนมากมาย วีรกรรมของท่านยังเป็นที่จดจำอย่างไม่ลืมเลือน และยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวล้านนาได้ยึดถือปฏิบัติกันสืบมา คุณงามความดีของท่านประเสริฐเลิศล้ำสมกับที่ใคร ๆ ต่างเรียกท่านว่านักบุญแห่งล้านนาไทยเป็นอย่างยิ่ง ...

ติดตามผ่านโซเชียลมีเดีย

Facebook และ YouTube

Facebook Page
YouTube Channel