ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองสุเทพ

โลโก้เทศบาลเมืองสุเทพ

เทศบาลเมืองสุเทพ

ตำบลสุเทพน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี มีรายได้ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

E-Service

งานบริการประชาชน เทศบาลเมืองสุเทพ

?>

ข่าวกิจกรรมการดำเนินงานของเทศบาล

ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง

ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่องประกวดราคาซื้อโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 07 พ.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์และศูนย์ป้องกันไฟป่าบ้านดอยปุย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 10 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 06 มี.ค. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0018 สายบ้านใหม่หลังมอ 10 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0052 บ้านร่ำเปิง 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 19 ก.พ. 69
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกวดราคาซื้อรถยนต์ตรวจการณ์ จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 12 ธ.ค. 68
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 2 (เดือน มกราคม พ.ศ. 2569 ถึง เดือน มีนาคม พ.ศ. 2569) 30 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 09 เม.ย. 69
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงถนนสายทาง ชม.ถ 84-0052 บ้านร่ำเปิง 2 หมู่ที่ 5 ตำบลสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 16 มี.ค. 69
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสาคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 1 เดือน ตุลาคม 2568 ถึงเดือน ธันวาคม 2568 23 ม.ค. 69
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อครุภัณฑ์การเกษตร จำนวน ๒ รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 22 ธ.ค. 68
ประกาศเทศบาลเมืองสุเทพ เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงลำเหมืองสาธารณประโยชน์บ้านโป่งน้อย หมู่ที่ ๖ โดยก่อสร้างคลองระบายน้ำ ค.ส.ล. ขนาดปากรางกว้าง ๐.๓๐ เมตร ลึก ๐.๖๐ เมตร ฯ 20 ต.ค. 68
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อ โครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุเทพ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน (TOR) ประกวดราคาซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซีฯ 29 เม.ย. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อซื้อรถยนต์ดับเพลิงกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปริมาตรกระบอกสูบไม่น้อยกว่า 2,700 ซีซี กำลังแรงม้าสู 30 มี.ค. 69
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 2 รายการ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 20 ก.พ. 69
ร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ซื้อรถยนต์ตรวจการณ์ จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 03 ธ.ค. 68
รับฟังร่างวิจารณ์ ร่างเอกสารประกวดราคาซื้อฯ (e-bidding) และร่างขอบเขตงาน(TOR) ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาเอกชนดำเนินการเก็บขนขยะ ฯ ครั้งที่ 2 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 27 พ.ย. 68
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 01 ส.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ชม.ถ. ๘๔-๐๐๗๒ สายบ้านโป่งน้อย ๖ หมู่ที่ ๖ บ้านโป่งน้อย ตำบลสุเทพ ฯ 18 ก.ค. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน โดยวิธีคัดเลือก 05 ก.ค. 67
ประกาศเทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศ ประกวดราคาซื้อเครื่องให้การรักษาด้วยคลื่นกระแทกแบบ Focused ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลสุเทพ เทศบาลตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 27 มิ.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาซื้อรถบรรทุก (ดีเซล) ขนาด ๑ ตัน จำนวน ๑ คัน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 17 เม.ย. 67
ประกาศ เทศบาลตำบลสุเทพ เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวน ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลสุเทพ (หลังใหม่) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 01 เม.ย. 67

ข้อมูลท่องเที่ยว

เทศบาลเมืองสุเทพ

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย เป็นหมู่บ้านชาวเขาที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง และเดินทางไปได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมภายในหมู่บ้าน เพื่อเยี่ยมชมวิถีชีวิตประจำวันของชาวเขา ซึ่งแต่งชุดประจำเผ่า ภายในหมู่บ้านยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีก เช่น พิพิธภัณฑ์ชาวเขา ภายในห้องประกอบไปด้วยรูปภาพนิทรรศการ และสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องดนตรี งานหัตถกรรมของชาวเขา สวนดอกไม้เมืองหนาว อยู่ใกล้กับอาคารพิพิธภัณฑ์ มีดอกไม้เมืองหนาวปลูกไว้ให้ชมตลอดปี มีชุดม้งให้เช่าถ่ายรูป และยังมีสินค้าผีมือ และพืชผักต่างๆ ไว้จำหน่ายให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย

วัดฝายหิน

วัดฝายหิน สถานที่ตั้งและเนื้อที่ของวัด วัดฝายหิน เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ที่บ้านเชิงดอย เลขที่ ๖๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ ๕๐๒๐๐ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๑ งาน ๓๖ ตารางวาเศษ ตำแหน่งที่ดิน ๑๓ ระวาง ๓ฏ เลขที่ดิน ๕๔ หน้าสำรวจ ๕๕๓๒ ตำบลสุเทพ ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๕๔๘๙๙ เล่มที่ ๕๔๙ หน้า ๙๙ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ออก ณ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๙ พื้นที่พุทธสถานติดกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้านทิศตะวันออก นามเดิม อารามสำนักสงฆ์สาขา ของ รตวนมหาวิหาร ประวัติวัดฝายหิน วัดฝายหินเป็นวัดโบราณ เคยเป็นที่สถิตของพระอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่รูปแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ และปฐมสังฆราชาแห่งล้านนาไทย มีพื้นที่ มีพื้นที่ติดต่อกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้านทิศตะวันตก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับวัดฝายหินเข้าอยู่ในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมาและได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมในการพัฒนาวัดฝายหินมาโดยตลอด นอกจากนี้ วัดฝายหิน ยังเป็นศาสนาสถาน ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ใช้ในการประกอบพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ของคณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา และพุทธศาสนิกชนทั่วไป เช่นการจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬบูชาและวันเข้าพรรษาเป็นต้น วัดฝายหิน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๖ ได้รับพระราชทานวิสุง-คามสีมา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร และได้ทำการประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๐ การสร้างวัด วัดฝายหิน นับแต่โบราณมา (ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช พ.ศ.๑๙๘๕-๒๐๓๑) มีฐานะเป็นเพียงอารามสำนักสงฆ์สาขา ของ รตวนมหาวิหาร (วัดป่าแดงหลวง เชียงใหม่) ซึ่งเป็นฝ่ายอรัญญวาสี อยู่ทางทิศใต้ของอารามฝายหินไปประมาณ ๑ กิโลเมตร รตวนมหาวิหาร ในครั้งนั้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาษาบาลีและพระไตรปิฎก ของคณะสงฆ์ลัทธิสิงหลใหม่ คือ ฝ่ายป่าแดง ดังปรากฏในตำนานมูลศาสนาว่า ในครั้งนั้นมีพระมหาญาณคัมภีร์ ชาวนครพิงค์เชียงใหม่ เป็นประธานสงฆ์ การศึกษา รตวนมหาวิหารในยุคนั้น มีพระภิกษุชาวต่างประเทศเข้ามาศึกษาอบรมมากมาย เช่นพระภิกษุจาก ศรีลังกา เชียงรุ้ง เชียงตุง หงสาวดี ล้านช้าง เวียดนาม กัมพูชา และภิกษุจากหัวเมืองต่างๆ เช่น เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง สถานะของวัด วัดฝายหิน วัดช่างเคี่ยน วัดโป่งน้อย วัดตโปตาราม (ร่ำเปิง) วัดเจ็ดยอด วัดป่ากล้วย วัดโพธิสุทธิ์ วัดหมู่บุ่น เป็นบริวารของวัดป่าแดงหลวง และเป็นฝ่ายอรัญญวาสีด้วยกัน ประวัติความเป็นมา ประเทศล้านนา มีนครพิงค์เชียงใหม่เป็นราชธานี มาตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๔๐ โดยมี พญามังรายหลวงเจ้า เป็นปฐมกษัตริย์ สืบราชสมบัติกันต่อๆ มาหลายรัชกาล จนถึง พ.ศ. ๒๑๐๑ ก็ตกเป็นอาณานิคมของประเทศพม่า ครั้นต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๗ พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือพระเจ้าตากสิน พร้อมทั้ง พญาจ่าบ้านบุญมา (พญามังรายวิเชียรปราการ กำแพงเพชร) ได้นำกองทัพไทยบดขยี้กองโจรพม่ารามัญ ไทยใหญ่ จนถึงขั้นประจัญบาน ดาบต่อดาบ หมัดต่อหมัด รบแบบสายฟ้าแลบห้าวหาญ พม่ารามัญเอาชีวิตมาสังเวยครั้งนั้นไม่ทราบจำนวน ที่เหลือก็หนีออกไปจนหมดสิ้นอารามฝายหิน เป็นอรัญญวาสี สาขาของ รตวนมหาวิหาร คือวัดป่าแดงหลวง เชียงใหม่ ตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าติโลกราช เมื่อ พ.ศ. ๑๙๘๕-๒๐๓๑ เป็นต้นมา นับเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ อารามฝายหิน เป็นที่รู้จักทั่วไป สมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีครูบาหลวงมารวิชัย เป็นเจ้าอาราม และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในนาม "ครูบาฝายหิน รู้คำนกคำหนู" ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็น "พระอภัยสารทะ สังฆปาโมกข์" เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๙ พระเจ้ากาวิละ พร้อมไพร่ฟ้าข้าบริวาร อพยพจากเวียงป่าซาง มาสถิตย์อยู่ในเวียงร้าง คือเวียงเชียงใหม่ พระองค์ได้ปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งปรักหักพังให้มีสภาพปกติ เช่น ย้ายพระเจ้าแข้งคม จากวัดร้างในป่าตาลนอกกำแพงด้านแจ่งกู่เฮือง มาประดิษฐานในวิหารวัดศรีเกิด เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๓ เป็นต้น สมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏว่า มีพระภิกษุนามว่า ครูบาหลวงมารวิชัย เป็นพระเถระทรงความรู้แตกฉานภาษาบาลี ท่านเป็นเจ้าอารามฝายหิน ผลงานของท่านเท่าที่ได้สำรวจมาแล้ว มีหลายเรื่องใหญ่ ซึ่งท่านเป็นผู้จารลงในใบลาน เช่น มหาวิบากหลวง หนาถึง ๑๒ ผูก ฯลฯ และชิ้นสำคัญคือ ตำราเรียนภาษาบาลี เรียก "สัททพินทุ" คัมภีร์นี้ ท่านเจ้าคุณ พระสุวิมลธรรมาจารย์ คณะสลัก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษธ์กรุงเทพฯ ได้ยืมไปแปลเป็นภาษาไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ตั้งแต่สมัยครูบาหลวงมารวิชัยเป็นเจ้าอาราม วัดฝายหินจึงค่อยๆ เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนกระทั่งได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ต้องมีการอพยพผู้คนออกไปจากพื้นที่ จึงทำให้วัดฝายหินจึงอยู่ในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน โบราณสถานและโบราณวัตถุพร้อมประวัติ โบราณวัตถุที่มีความสำคัญของวัดฝายหินได้แก่ รูปปั้นของครูบามารวิชัย ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาแก่ผู้ที่มาวัด  ทุกวันที่ 21 เมษายนของทุกปี  จะมีการจัดให้สรงน้ำรูปปั้น ด้วยความเชื่อว่าเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต  และในวันสงกรานต์ก็จะนำรูปปั้นของครูบามารวิชัยเข้าขบวนสรงน้ำพระ เพื่อให้ประชานชนได้สรงน้ำพระ  ซึ่งจัดโดยประชาชนบริเวณวัดฝายหิน นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปไม้สักซึ่งหล่อด้วยทองคำอยู่คู่วัดมานานแล้วแม้แต่ท่านเจ้าอาวาสเองก็ยังไม่ทราบว่ามีความเป็นมาอย่างไร ส่วนโบราณสถานอีแห่งหนึ่งที่อยู่ในวัดที่เป็นที่สักการบูชามาก คือ เจดีย์บรรจุอัฐิพระอภัยสารทะ สังฆปาโมกข์(ครูบาฝายหิน) ปฐมสังฆราชของล้านนาไทย เป็นพระมหาเถระผู้ทรงความรู้ในภาษาบาลี  เชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกและการปฏิบัติทั้งในฝ่ายสมถกัมมัฎฐาน เป็นเจ้าอาวาสวัดฝายหินองค์ที่ 2 เคยดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ลำดับเจ้าอาวาสวัดฝายหิน ๑. ครูบามารวิชัย (อดีต - พ.ศ. ๒๓๙๘) ๒. พระอภัยสารทะ (๒๓๙๙- ๒๔๕๗) ๓. พระปลัดคำซาว อินทนนฺโท (๒๔๕๘- ๒๔๙๓) ๔. พระอธิการศรีมูล ญาณวโร (๒๔๙๔- ๒๕๐๙) ๕. ครูบาแดง (๒๕๑๐- ๒๕๑๙) ๖. พระศรีธรรมบัณฑิต (๒๕๒๐- ๒๕๓๐) ๗. พระอธิการสิงห์แก้ว (๒๕๓๐- ๒๕๓๒) ๘. พระมหาทองรัตน์ รตนวณฺโณ (๒๕๓๒- ๒๕๓๕) ๙. พระครูใบฏีกาสุรัตน์ ฐานิสฺสโร (๒๕๓๕- ๒๕๓๘) ๑๐. พระมหา ดร. ไสว เทวปุญฺโญ ปธ.4, PhD. (PHILOSOPHY) (๒๕๓๙- ปัจจุบัน) จำนวนภิกษุ-สามเณร ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ภิกษุจำนวน ๓๑ รูป สามเณรจำนวน ๒๐ รูป กิจกรรมของวัดที่มีต่อชุมชน -    ได้ฝึกพระภิกษุ สามเณร ให้เป็นนักเทศน์ นักปาฐกถาธรรม นักสวด และออกจาริกปฏิบัติธรรม -    ได้จัดให้มีกิจกรรม โดยอาราธนาพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิมาแสดงธรรม -    จัดให้มีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน อบรมค่ายธรรมจักรลีลาและการแข่งขันตอบปัญหา -    จัดงานตักบาตรเทโวร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกปี ในวันหลังจากออกพรรษา คือแรม ๑ ค่ำทุกปี -    จัดหนังสือธรรม ไว้ในห้องสมุดประจำอุทยานการศึกษาวัดฝายหิน เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้ค้นคว้า -    มีการวนเวียนทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นงานประจำปีมีผู้มาร่วมประชุมพิธีทำบุญฟังเทศน์ประมาณ ๒๐๐ คน -    จัดตั้งกลุ่มโครงการตั้งกลุ่มพุทธมากะ  กลุ่มหนุ่มสาว พร้อมทั้งแนะนำการดำรงตนให้ถูกต้องตามสมบัติของอุบาสก-อุบาสิกา -    ให้ที่พักอาศัยแก่พระภิกษุสามเณรที่มาศึกษาในเขตจังหวัดเชียงใหม่ -    ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับปรุงธรรมสถานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอบรมและสอนวิธีการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่างๆและได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรมนานาชาติ ซึ่งได้ทำการเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ -    ร่วมกับคณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่  สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ระบบ เอฟ. เอ็ม. ความถี่ ๙๖ เมกเฮิรตซ์ กำลังส่ง ๓๐ วัตต์ -    สนับสนุนกลุ่มแม่บ้านในการรวมตัวกันทำอาชีพเสริมโดยสนับสนุนพื้นที่ในการทำการ -    ให้การสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาโดยอนุเคราะห์ให้ยืมอุปกรณ์ต่างๆแก่นักศึกษา ความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อวัดฝายหิน วัดฝายหินเป็นวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับมหาวิทยาลัยและเป็นวัดที่ใกล้มหาวิทยาลัยที่สุดมีทางที่สามารถไปวัดฝายหินได้ทั้งจากในมหาวิทยาลัยและทางด้านนอกของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีบทบาทกับมหาวิทยาลัยในหลายด้าน  โดยเฉพาะงานใหญ่อย่างการตักบาตรเทโว จากการที่ข้าพเจ้าได้ไป ณ วัดฝายหินนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้สัมผัสกับความสงบ  และร่มเย็นตั้งแต่ได้ก้าวเข้าไปในวัด  จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เข้าไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด  ทำให้ได้รับความสุขใจกลับมา ปกติแล้วข้าพเจ้าไม่ค่อยได้มาวัดสักเท่าไหร่แม้ว่าจะอยู่ใกล้ก็ตาม แต่เมื่อข้าพเจ้าได้ไป ยังวัดฝายหินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้าเคยไปวัดฝายหินเป็นจำนวนนับครั้งได้ ๓ ครั้งรวมครั้งนี้ด้วย บรรยากาศก็ยังคงเดิมด้วยความสงบและร่มรื่นเช่นเดิม   ที่วัดมีสัตว์หลายอย่างที่อยู่ด้วยกัน เช่น สุนัข  แมว ไก่ นก ซึ่งอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นมิตรกันทำให้นึกถึงเขตอภัยทาน และน่าเป็นตัวอย่างกับมนุษย์ที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันแต่กับยังต่อสู่ ฆ่า ฟันกันอยู่  อีกทั้งที่บริเวณวัดก็มีโบราณสถานพระพุทธรูปที่ควรแก่การสักการะด้วย และพระภิกษุสามเณรก็ให้ข้อมูลด้วยความเมตตา วัดเป็นที่เพิ่งทางใจยามใดที่ได้ทำบุญแล้วรู้สึกเป็นสุข  ถ้ามีโอกาสข้าพเจ้าก็จะไปทำบุญที่วัดมากขึ้น

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ ก่อนถึงน้ำตกห้วยแก้ว ครูบาศรีวิชัยเป็นนักบุญแห่งล้านนาไทยผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเชียงใหม่และประชาชนโดยทั่วไป ผู้ที่จะขึ้นไปดอยสุเทพมักจะแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเพื่อความเป็นสวัสดิมงคล ครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนให้ประชาชนชาวเหนือร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปสู่วัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ โดยเริ่มลงมือ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2477 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2478 รวมระยะทาง 10 กิโลเมตร ครูบาศรีวิชัย เดิมชื่อ เฟือน หรือ อินท์เฟือนบ้างก็ว่า อ้ายฟ้าร้อง เนื่องจากในขณะที่ท่านถือกำเนิดนั้นปรากฏฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก ส่วนอินท์เฟือนนั้น หมายถึง การเกิดกัมปนาทหวั่นไหวถึงสวรรค์เมืองของพระอินทร์ ครูบาศรีวิชัยเกิดวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2421 ที่หมู่บ้าน บ้านปาง ต.แม่ตื่น อ.ลี้ จ.ลำพูน ในสมัยที่ท่านยังเป็นเด็กอยู่นั้น บ้านปางทุรกันดารมากและมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยง บ้านปางไม่มีวัดประจำหมู่บ้านจนกระทั่งครูบาขัติยะ เดินธุดงค์จากบ้านป่าซางผ่านมาถึงหมู่บ้าน ชาวบ้านจึงนิมนต์ครูบาขัติยะให้อยู่ประจำที่บ้านปาง แล้วชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างกุฎิชั่วคราวให้ท่านจำพรรษา ซึ่งในช่วงนั้นเองทีครูบาศรีวิชัยหรือเด็กชายอินท์เฟือน ในสมัยนั้นได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับครูบาขัติยะ และเมื่ออายุได้ 18 ปีก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่อารามแห่งนี้ เมื่อสามเณรอินท์เฟือนมีอายุย่าง 21 ปี ก็ได้อุปสมบท ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนและได้รับฉายานามว่า สิริวิชโยภิกขุ มีนามบัญญัติว่า พระศรีวิชัย ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2444 ครูบาขัติยะได้จาริกออกจากบ้านปางไป บ้างก็ว่าท่านมรณภาพ ครูบาศรีวิชัยจึงรักษาการแทนในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านปาง นอกจากการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพแล้ว ครูบาศรีวิชัยยังได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน เป็นที่พึ่งทางใจและดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ ตลอดจนสาธารณะประโยชน์ตามคำอาราธนาอยู่เรื่อยมาจนกระทั่งวาระสุดท้ายของ ชีวิต ว่ากันว่างานบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามของท่านมีมากถึง 200 แห่งเลยทีเดียว และผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคืองานสร้างสะพานศรีวิชัยอนุสรณ์ ที่ทอดข้ามแม่น้ำปิงเพื่อเชื่อมระหว่าง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กับ อ.เมือง จ.ลำพูน แม้ท่านจะไม่ต้องทำงานประเภทใช้แรงงาน แต่การที่ต้องนั่งคอยต้อนรับและให้พรแก่ผู้มาทำบุญนั้น ทำให้ท่านอาพาธด้วยโรคริดสีดวงทวารซึ่งสะสมมาแต่ครั้งตระเวนก่อสร้างบูรณะวัดในเขตล้านนา เดือนมีนาคม พ.ศ. 2481 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปิงยังไม่ทันเสร็จ ท่านก็มีอาการกำเริบหนักขึ้นและมรณภาพในที่สุด ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ชื่อที่ลูกหลานชาวเชียงใหม่รู้จักกันเป็นอย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปเกือบร้อยปีแล้วก็ตาม ความเลื่อมใสศรัทธาไม่เคยลดลง ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ศรัทธายิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกที...ทุกที ดูได้จากการที่มีผู้คนมาสักการบูชาอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยอย่างไม่เคยขาดสาย นับว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจชาวล้านนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ตลอดชั่วชีวิตของครูบาศรีวิชัย ท่านสร้างความดีและสร้างสาธารณประโยชน์ต่อผู้คนมากมาย วีรกรรมของท่านยังเป็นที่จดจำอย่างไม่ลืมเลือน และยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวล้านนาได้ยึดถือปฏิบัติกันสืบมา คุณงามความดีของท่านประเสริฐเลิศล้ำสมกับที่ใคร ๆ ต่างเรียกท่านว่านักบุญแห่งล้านนาไทยเป็นอย่างยิ่ง ...

วัดศรีโสดา

วัดศรีโสดา วัดศรีโสดา ก่อสร้างขึ้นโดย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาหรือครูบาศีลธรรม ได้รับการจารึกเป็นประวัติศาสตร์คู่นครเชียงใหม่ เพราะเป็นจุดลงจอบแรกการขุดถนนขึ้นดอยสุเทพ โดยมีเจ้าแก้วนวรัฐเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สมัยนั้น ได้ลงจอบแรกเป็นปฐมฤกษ์ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๔๗๗ เป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางบุญ สำหรับสัญจรไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านป่าเขาที่สูงชันทุรกันดารหุบเหวลึก ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร ใช้เวลาสร้าง ๕ เดือน ๒๒ วัน สำเร็จด้วยพลังศรัทธาประชาชน นับเป็ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของครูบาเจ้าศรีวิชัย เป็นสิริมงคลสักครั้งหนึ่งในชีวิต ความสำคัญและผูกพันกบการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พ.ศ. ๒๔๗๗ เริ่มจากหลวงศรีประกาศนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่และผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น คิดจะนำไฟฟ้าขึ้นไปติดตั้งบนดอยสุเทพแต่ไม่มีงบประมาณ จึงได้ขอพึ่งบุญบารมีครูบาศรีวิชัย ท่านเห็นด้วยแต่ขออธิษฐานดูก่อนว่าเป็นไปได้หรือไม่ ท่านอธิษฐานถึง ๒ ครั้ง ปรากฏว่าเป็นไปได้ยากแต่การสร้างถนนขึ้นไปจะเสร็จกว่า จึงตกลงสร้างถนน ณ จุดเริ่มต้นบริเวณเชิงดอยสุเทพซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดศรีโสดาในปัจจุบัน ระหว่างการสร้างถนน ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัยได้สร้างวัดขึ้นควบคู่กันไป ๔ วัด โดยตั้งชื่อให้มีความหมายเกี่ยวโยงถึงขั้นคุณภาพที่ผู้ปฏิบัติธรรมพึงบรรลุได้คือมรรค ผล นิพพาน เทียบพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา ๔ ชั้น วัดแรกที่สร้างคือ วัดโสดาบัน  ต่อมาไปอีก ๔ กิโลเมตร สร้าง วัดสกิทาคามี ถัดไปอีกเรียกว่า วัดอนาคามี ลำดับสุดท้ายบนยอดดอยสร้างอีกวัดหนึ่งเรียกว่า  วัดอรหันต์ วัดโสดาบัน ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น "วัดศรีโสดา" ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าเปลี่ยนในสมัยใดน่าจะอยู่ในช่วงพ.ศ. ๒๔๘๔-๒๕๐๙ สมัยครูบาเสาร์ นารโท เป็นเจ้าอาวาส สาเหตุที่เติมคำว่า "ศรี" สันนิษฐานว่ามาจากชื่อ ครูบาศรีวิชัย เพื่อเป็นอนุสรณีย์ ยกย่องเชิดชู รำลึกคุณูปการที่ท่านสร้างวัดศรีโสดาขึ้นมา

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเชิงดอยสุเทพ

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้ได้เข้าไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเชิงดอยสุเทพด้าน ตะวันออก ซึ่งถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นที่อยู่อาศัย และจัดตั้งหน่วยงานชื่อ "งานเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า" ต่อมา พ.ศ. 2518 กรมป่าไม้จัดตั้งกองอนุรักษ์สัตว์ป่าขึ้นได้ขยายแนวรั้วคอกสัตว์ป่าใน พื้นที่ 100 ไร่ และนำเนื้อทราย จำนวน 4 ตัว มาเลี้ยงไว้เป็นครั้งแรก ต่อมาได้นำสัตว์ปีกอีกหลายชนิดมาปล่อยเพิ่มเติม และเปลี่ยนชื่อหน่วยงานแห่งนี้ใหม่ว่า "ศูนย์ศึกษาธรรมชติและขยายพันธุ์สัตว์ป่าเชิงดอยสุเทพ" เพื่อเปิดให้ประชาชน นักเรียน และนักศึกษาเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี ต่อมาศูนย์ฯ พิจารณาเห็นว่า คอกสัตว์ป่าที่มีอยู่คับแคบ เกิดปัญหาเรื่องอาหารสัตว์ป่าไม่เพียงพอจึงขยายคอกสัตว์ป่าออกไปอีกเป็น พื้นที่ 1,000 ไร่ เพื่อให้สัตว์ป่าที่มีอยู่แล้วสามารถหากินได้เองตามธรรมชาติและปล่อยสัตว์ ป่าเพิ่มอีก และได้เปลี่ยนชื่อศูนย์ฯ ครั้งสุดท้ายเป็น "สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเชิงดอยสุเทพ" สังกัดส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้

วัดร่ำเปิง

วัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) ประเภท    วัดราษฎร์ นิกาย        มหานิกาย ที่ตั้ง        ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ประวัติวัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) เหตุการณ์ล่วงผ่านไปในอดีต ในสมัยพระยามังรายองค์ที่ 12 ปกครองเมืองเชียงใหม่ ท่านมีพระราชโอรสนามว่า ท้าวศรีบุญเรือง ต่อมามีคนกล่าวหาว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการจะกบฏ พระเจ้าติโลกราชจึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการให้ไปปกครองเมืองเชียงแสนและเชียงรายแทน ต่อมา ท้าวศรีบุญเรือง มีพระราชโอรส ซึ่งประสูติบนยอเขาสูงในเชียงราย (ยอดดอกบัว) ท่านได้ประทานนามพระราชโอรสว่า ?พระเจ้ายอดเชียงราย? จนกระทั่งวันหนึ่ง ติโลกราชถูกเพ็ดทูลจากนางหอมุข พระสนมเอกว่าท้าวศรีบุญเรืองเตรียมการก่อกบฏอีก จึงมีพระกระแสรับสั่งให้ปลงพระชนม์พระราชโอรสเสีย และหลังจากนั้นทรงโปรดให้ราชนัดดา คือ พระเจ้ายอดเชียงราย ครองเมืองเชียงรายสืบต่อมา เหตุการณ์ต่อจากนั้น มีพระธุดงค์รูปหนึ่งปักกลดตรงบริเวณวัดร่ำเปิงในปัจจุบัน ท่านทูลพระเจ้ายอดเชียงรายว่าเมื่อตอนกลางคืน ท่านเห็นรัศมีสว่างบริเวณต้นมะเดื่อซึ่งไม่ห่างจากที่ท่านปักกลด จึงสงสัยว่าน่าจะมีพระธาตุประดิษฐานอยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อพระเจ้ายอดเชียงรายทราบดังนี้ จึงอธิษฐานว่า ถ้าที่แห่งนั้นมีพระบรมธาตุฝัง อยู่ ขอให้ช้างพระที่นั่งที่ท่านกำลังทรงไปหยุด ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นช้างเดินไปหยุดที่ใต้ต้นมะเดื่อ พระองค์จึงขุดดินบริเวณนี้และพบพระธาตุเขี้ยวแก้วบรรจุอยู่ในผอบดินแบบเชียง แสน พระองค์จึงทรงทำพิธีสมโภช และอธิษฐานขอเห็นอภินิหารของพระบรมสารีริกธาตุนั้นจากนั้นจึงบรรจุลงในผอบทอง แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในบริเวณนั้น และจารึกประวัติหารสร้างวัดนี้ ลงในศิลาจารึกเป็นตัวหนังสือฝักขาม แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ?วันศุกร์ขึ้นสามค่ำเดือนเจ็ด ปีชวด พุทธศักราชสองพันสามสิบหาปี เวลา 08.20 น. ได้ฤกษ์ภรณี (ดาวงอนไถ) ได้โยคมหาอุจจ์? โดยมีพระนางอะตะปาเทวี ซึ่งเป็นพระมเหสี ดำเนินการสร้างแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งที่เป็นพระมหาเถระและผู้สร้างฝ่ายอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระพุทธรูปเป็นประธาน และพระพุทธรูปตามซุ้มที่พระธาตุเจดีย์กับได้สร้างพระไตรปิฏกและพระราชทานทรัพย์ (นา) เงิน (เบี้ย) เป็นจำนวนมหาศาล จากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาพื้นที่วัดและลักลอบขุดพระธาตุเจดีย์ได้นำวัตถุโบราณและพระพุทธรูปไป ส่วนอุโบสถ และวิหาร ชำรุดทรุดโทรมลง วัดนี้จึงร้างมาหลายยุคสมัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2514 ได้สร้างพระวิหารขึ้นใหม่ จากนั้นอาราธนาพระภิกษุชาว บ้านร่ำเปิงรูปหนึ่งชื่อ หลวงปู่จันทร์สม หรือ ครูบาสม มาปกครองดูแลวัดจนวิหารสร้างเสร็จเสร็จในปี พ.ศ. 2516 ในปีเดียวกัน ท่านถึงแก่มรณภาพ วัดจึงขาดพระจำพรรษาจนถึงปลายปี 2517 ส่วนวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธานนั้นมีต้นไม้ขึ้นรกปกคลุมมาก แผ่นศิลาจารึกได้จมดินอยู่ในวิหาร ปี พ.ศ. 2484 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประชุมตกลงกันให้อัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานไว้ ณ ด้านหลังพระวิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหารในจังหวัดเชียงใหม่ และได้ร่วมกับกรรมการวัดทั้งผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย ทำการก่อสร้างพระวิหารขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2515 เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีการสร้างอุโบสถที่มีอยู่ในเลา มีผู้มีจิตศรัทธาช่วยซ่อมให้ได้ใช้ในการปฏิบัติสังฆกรรมมาจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปพระประธานนั้นมีอายุประมาณ 700-800 ปี และมีชื่อว่า หลวงพ่อศรีอโยธยา พระครูพิพัฒน์คณาภิบาล (ทอง สิริมงคโล) เป็นเจ้าอาวาสวัดเมืองมางและเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระประจำสำนักวัด เมืองมาง ได้ธุดงค์วัตรมาปักกลดอยู่บริเวณวัดร่ำเปิงนี้ ได้เล็งเห็นว่าสถานที่เหมาะแก่การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จึงมีโครงการที่จะขยายงานวิปัสสนากรรมฐานขึ้นอีกแห่งหนึ่งจึงได้มาจำพรรษาอยู่ทีวัดร่ำเปิง(ตโปทาราม) แห่งนี้ และชักชวนชาวบ้าน ร่วมกันบูรณปฏิสังขรณ์ฟื้นฟูขึ้นจนสำเร็จ ในปี พ.ศ. 2533 ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์จากพระครูชั้นพิเศษเป็นพระราชคณะที่ราชทินนาม ?พระสุพรหมยานเถร? และในปี พ.ศ. 2534 พระครูภาวนวิรัชได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ โดยท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่ ท่านสืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณฯพระอาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส อีกทั้งได้ก่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม 3 ชั้น เพื่อส่งเสริมในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยเฉพาะในด้านพระอภิธรรม นอกจากนี้ได้สร้าง อาคาร ?80 ปี พระราชพรหมาจารย์? ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับพุทธศาสนิกชน วัดนี้เป็นแหล่งวิปัสสนากรรมฐานทางภาคเหนือที่ทำการอบรมพระกรรมฐานในแนวสติปัฎฐาน 4 ปัจจุบันมีชาวไทยและชาวต่างประเทศ สนใจมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันอย่างมากมาย นอกจากนี้วัดนี้เป็นแห่งแรกที่มีพระไตรปิฏกฉบับล้านนา อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวมที่มีพระไตรปิฏกฉบับภาษาต่าง ๆ มากที่สุดในโลก

ติดตามผ่านโซเชียลมีเดีย

Facebook และ YouTube

Facebook Page
YouTube Channel