ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ของเทศบาลเมืองสุเทพ
ตำบลสุเทพน่าอยู่ มุ่งสู่เมืองแห่งการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้ประชาชนสุขภาพดี มีรายได้ ภายใต้การบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
งานบริการประชาชน เทศบาลเมืองสุเทพ
23
122
156
116
154
249
70
144
117
14
9
26
30
เทศบาลเมืองสุเทพ
วัดป่าแดงมหาวิหารหรือรัตตนวนราม ตั้งอยู่เลขที่ 71 หมู่ 14 (บ้านใหม่หลังมอ) ซ.4 ถนนสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดินทั้งหมด 3 แปลง เนื้อที่ 17 ไร่ 66 ตารางวา ปัจจุบันมีพระครูโฆสิตปริยัตยาภรณ์ เป็นเจ้าอาวาส สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1974 โดยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งราชวงศ์เม็งราย เพื่อเป็นที่พำนักของพระมหาญาณคัมภีร์และคณะซึ่งเดินทางกลับจากการศึกษาพระพุทธศาสนาจากประเทศศรีลังกา ในขณะเดียวกันพระมหาญาณคัมภีร์ได้อัญเชิญพระไตรปิฎกพระพุทธรูป และต้นโพธิ์มาปลูกในวัดแห่งนี้ วัดป่าแดงมหาวิหาร จึงเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาฝ่ายสิงหลในล้านนาไทย พระเจ้าติโลกราชทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากทรงผนวชชั่วคราว ณ อารามแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ.1990 โดยมีพระมหาญาณมงคลเป็นพระราชอุปัชฌาย์ มีพระอตุลสกัตยาธกรณะเป็นพระอนุสาวนาจารย์ สิ้นราชวงศ์เม็งราย เชียงใหม่อยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ทำให้วัดป่าแดงมหาวิหารถูกทอดทิ้งจนชำรุดทรุดโทรม ต่อมาในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการสร้างที่พักสงฆ์ขึ้นและมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามาจนถึงปัจจุบัน
น้ำตกห้วยแก้ว อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เมืองเชียงใหม่, เชียงใหม่ เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 6 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี รอบๆ บริเวณสวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีที่พักผ่อนนำอาหารไปนั่งรับประทานกันที่ผาเงิบและวังบัวบานอันเป็นสุสานแห่งความรักของสาวบัวบานผู้ถือรักเป็นสรณะ
ร้านอาหารบ้านร่มไม้ บาหลี ร้านอาหารเก่าแก่ กว่า 8 ปีที่ร้านอาหารบ้านร่มไม้ ตั้งอยู่บนถนนช้างคลานมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ร้านอาหารบ้านร่มไม้ ได้ย้ายไปอยู่ที่ถนนคันคลองชลประทาน ด้วยบรรยากาศแบบใหม่สไตล์บาหลี และกว้างขวางกว่าเดิมลองไปสัมผัสบรรยากาศแล้วรู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติ อารมณ์สไตล์บาหลี พร้อมทั้งอาหารและคาราโอเกะไว้บริการ ที่อยู่ : 99/6 หมู่ที่ 5 ถนนเลียบคันคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เวลาเปิด-ปิด : 10:00 - 23:30 น. ทุกวัน
วัดสังเวช วัดสังเวช เป็นวัดโบราณ อายุกว่า ๕๐๐ ปี ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกองบิน ๔๑ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๐๓๕ โดยพระเจ้ายอดเชียงราย (เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์มังราย พ.ศ.๒๐๓๐-๒๐๓๘) ทรงมีพระบัญชาให้พระนางอตปาเทวี อัครมเหสี เป็นประธานฝ่ายอาณาจักร และพระมหาสมีญาณโพธิ วัดป่าแดง พระมหาเถรสุรศรี วัดเจ็ดยอด เป็นประธานฝ่ายศาสนจักรร่วมกันก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ และพระราชทานนามว่า ?วัดสังเวช? เนื่องจากว่าพระองค์ทรงสลดพระทัย และระลึกถึงกรรมที่พระองค์ทรงรับสั่งให้ประหารชีวิตผู้ที่ยุแหย่พระมหาศรีสุ ธรรมติโลกราช (พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๙ แห่งราชวงศ์มังราย พ.ศ.๑๙๘๕-๒๐๓๐) ให้สำเร็จโทษท้าวศรีบุญเรือง (พระราชโอรสของพระมหาศรีสุธรรมติโลกราช) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระองค์ว่าเตรียมการจะก่อกบฏช่วงชิงพระราชอำนาจ วัดสังเวชเป็นวัดร้างตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่กองบิน ๔๑ ได้ค้นพบในปี พ.ศ.๒๕๒๒ โดย นาวาอากาศเอก เอนก สุวรรณบุปผา (เสนาธิการ กองบิน ๔๑ ในขณะนั้น) อันเนื่องมาจากคำบอกเล่าของพระครูพิพัฒคณาพิบาล (พระอาจารย์ทอง สิริมังคโล) เจ้าอาวาสวัดตโปทาราม (ร่ำเปิง) สภาพของวัดในขณะนั้นเป็นวัดร้างซ่อนอยู่ในพงป่า องค์เจดีย์ประธานมีสภาพหักพังปกคลุมด้วยเถาไม้เลื้อย มีมูลดินและแนวอิฐก่อที่แสดงให้เห็นฐานของกำแพงหน้าวัด รวมทั้งฐานองค์เจดีย์บริวารบริเวณมุมทั้ง ๔ ด้านของวัด ภายหลังการค้นพบวัดสังเวชได้มีการจัดสร้างสถูปเจดีย์ครอบองค์เจดีย์ประธานเด ิมและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุจำนวนมาก และในเวลาต่อมายังได้มีการจัดสร้างหอพระ รวมทั้งถนนหินคลุกราดแอสฟัลท์รอบสถูปเจดีย์สำหรับใช้ในการเดินเวียนเทียนในว ันสำคัญทางศาสนา และใช้เป็นพุทธศาสนาสถานประจำกองบิน ๔๑ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๒ จนกระทั่งปัจจุบัน ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งเป็นปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ ๖๐ ปี กองบิน ๔๑ ได้มีการจัดสร้างกำแพงแก้วด้านหน้าของวัด จำนวน ๑ ด้าน ความยาวประมาณ ๗๑ เมตร ซ่อมแซมหอพระ ถนนสำหรับใช้ในการเดินเวียนเทียน และสถูปเจดีย์ในส่วนที่มีการชำรุดเสียหาย สิ้นค่าใช้จ่ายประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน) โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ รวมทั้งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ ที่บรรจุไว้ในสถูปเจดีย์มาทำความสะอาด ก่อนที่จะบรรจุกลับคืน พร้อมทั้งทำการบรรจุบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ ธันวาคมพ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งในวันดังกล่าวได้มีการสวดเจริญพระพุทธมนต์โดยพระภิกษุสงฆ์จำนวน ๘๒ รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล ฯ ด้วย นอกจากนั้นเนื่องจากใกล้ปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษาของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ กองบิน ๔๑ ได้จัดทำโครงการบูรณะวัดสังเวช เฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา โดยจะจัดสร้างกำแพงแก้วให้ครบทั้ง ๔ ด้าน , ปรับปรุงถนนสำหรับการเดินเวียนเทียน, สร้างห้องสุขา และศาลาปฏิบัติธรรมความจุ ๑๕๐ คน รวมค่าใช้จ่ายประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) จะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๑ รวมทั้งเนื่องจากวัดสังเวชเป็นโบราณสถานที่มีค่ายิ่งสมควรมีการอนุรักษ์ไว้ใ ห้อนุชนรุ่นหลังได้ใช้ศึกษา กองบิน ๔๑ จึงได้ประสานกับสำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่ ในการตรวจสอบซากโบราณสถานวัดสังเวชเพื่อการขุดค้น ขุดแต่งสภาพโบราณสถานที่เหลืออยู่ พร้อมกับการบูรณะให้เกิดความมั่นคงแข็งแรง และเมื่อวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๑ นายเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมศิลปากร ได้อนุมัติให้สำนักศิลปากรที่ ๘ เข้าดำเนินการได้ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ น.อ.สิทธิพร เกสจินดา ผู้รวบรวมเรียบเรียง มิ.ย.๕๑
ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย เป็นตำหนักเทพหอศิลป์จิตรกรรมไทยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2541 ผู้ก่อตั้งคือนายเข้ม มฤคพิทักษ์ มีความเป็นมาคือ ภูมิหลังผู้ก่อตั้งเกิดบนเรือนไม้โบราณริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จึงผูกพันกับไม้มาตั้งแต่เด็กโตขึ้นได้สะสมไม้เอาไว้มากมาย ปี 2541 ได้สร้างบ้านไม้เพื่อเป็นบ้านอยู่อาศัย ปูไม้พื้นเต็มหลังแล้วยังเหลือไม้อีกมากจึงเลือกไม้แผ่นใหญ่ๆประกอบเป็นบานประตูไม้แผ่นเดียวใช้สลักเดือยโบราณทำได้ 100 บาน ความลุ่มหลงในความงดงามของเนื้อไม้ที่มีทั้งไม้สักทอง ไม้ตะเคียนทอง ไม้ประดู่แดงและไม้มะค่า ทำให้ทนไม่ได้ที่จะปล่อยเนื้อไม้บานประตูให้เปลือยเปล่าจึงตระเวนไปตามวัดต่างๆในภาคกลางเพื่อเสาะหาภาพเทพทวารบาลที่เป็นงานจิตรกรรมสมัยอยุธยาตอนปลายต่อรัตนโกสินทร์ตอนต้นราว 250-350 ปีมาแล้ว จากนั้นได้จ้างศิลปินจำลองภาพเทพทวารบาลที่คัดสรรแล้วไว้บนบานประตูบ้าน คำว่า "ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย" มีที่มาจากการที่บานประตูมีเทพเทวารบาล จำนวน 100 บาน จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่รวบรวมงานศิลปะไทยชั้นเยี่ยมมีพระพิฆเนศวรปางยืนสามเศียร หรือที่รู้จักกันว่าเป็น พระพิฆเนศองค์สูงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำจากไม้ตะเคียนทองใหญ่ทีสุดความสูง 6 เมตร กว้าง 2.5 เมตร น้ำหนัก 5 ตัน มีบ้านประตูร้อยบาน ประดับภาพเทพทวารบาลตามแบบโบราณมีกระจกยักษ์แกะสลักลายครุฑยุดนาค เป็นงานศิลปะที่ทำด้วยมือทุกชิ้นใช้ช่างฝีมือหลายสกุลช่าง คำประกาศเจตนารมณ์ อาคารหลังนี้สร้างพ.ศ.2541 ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะเนรมิตสถานที่แห่งนี้ให้มีคุณลักษณะ 3 ประการ 1.เป็นหอศิลป์จิตรกรรมไทย 2.เป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญา 3.เป็นตำหนักประทับแห่งทวยเทพ บานประตูที่เป็นเทพทวารบาลมีทั้งหมดหนึ่งร้อยบาน จึงเป็นที่มาแห่งนามว่า "ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย" งานศิลปะทุกชิ้นล้วนเป็นงานทำมือ ใช้ช่างฝีมือหลายสกุลช่างกว่า 50 คน ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ข้าพเจ้าหวังที่จะให้ผลงานทั้งหมดนี้เป็นมรดกศิลป์แผ่นดินสยาม ไปตราบนานเท่านานขออวยพรให้ทุกท่านที่เดินทางมาสักการะทวพเทพ และเสพศิลป์ จงพบแต่ความสุข สมหวัง มั่งคั่งร่ำรวย พร้อมกับขอใหมีสมองอันแจ่มใส อยู่บนร่างกายที่แข็งแรงประกาศ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2554 (เข้ม มฤคพิทักษ์ ผู้ก่อตั้ง) ร้อยทวารบาล บ้านเทวาลัย เปิดให้เข้าสักการะและเข้าเยี่ยมชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. สถานที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 79/7 ซอย 2 ถนนสุเทพ (อยู่สุดถนน หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ บนถนนห้วยแก้ว ตำบลดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. - 17.00 น. มีสัตว์อยู่ในสวนสัตว์จำนวนมาก เช่น เม่น นกยูง เสือโคร่ง เสือขาว กวาง แรด ฮิปโปเตมัส ช้าง หมี อีเห็น และยังมีส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า ช่วงช่วง และ หลินฮุ่ย จากประเทศจีน ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่มีโบราณสถานที่ชื่อว่าวัดกู่ดินขาว ที่เป็นวัดเพียงแห่งเดียวของเวียงเจ็ดลิน และมีการแสดงความสามารถของสัตว์ เช่น นกมาคอลว์ นาก นกกระทุง และมีส่วนจัดแสดงเพนกวินและแมวน้ำ ประวัติ สวนสัตว์เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นโดยนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง (Mr.Harold Mason Young) มิชชั่นนารีชาวอเมริกัน ผู้เข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่พวกทหารและตำรวจชายแดน ในช่วงสงครามเกาหลี (พ.ศ. 2493 - 2496) โดยอาศัยพื้นที่บ้านที่ตนเช่าอยู่คือ บ้านเวฬุวัน เชิงดอยสุเทพ ซึ่งเป็นของนาย กี นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2431 - 2508) และนางกิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ (พ.ศ. 2437 - 2524) เป็นสถานที่เริ่มต้น โดยเริ่มเปิดเป็นสวนสัตว์เล็กๆ ของเอกชนขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. 2495 โดยจ้างคนพื้นเมืองและชาวเขาจำนวนไม่มากนักช่วยดูแล นายฮาโรลด์ เมสัน ยัง เป็นบุตรของมิชชันนารีชาวอเมริกันเกิดที่รัฐฉาน ประเทศพม่าเคยทำงานในฐานะมิชชั่นนารีในรัฐฉาน ดินแดนของชาวไต ซึ่งอุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิดมาก่อน และเหตุผลที่ทำให้นายฮาโรลด์ ต้องเข้ามาทำงานในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหารและตำรวจชายแดนในประเทศไทย ก็คงเนื่องด้วยพันธะที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อรัฐบาลไทย ในการสนับสนุนทั้งทางด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ อย่างเต็มที่เพื่อร่วมกันต่อต้านคอมมิวนิสต์ตามสนธิสัญญาไทย - อเมริกัน 3 ฉบับ คือ 1. ความตกลงทางการศึกษาและวัฒนธรรม ในเดือนกรกฎาคม 2493 2. ความตกลงร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคนิค ในเดือนกันยายน 2493 3. ความตกลงทางการช่วยเหลือทางทหาร ในเดือนตุลาคม 2493 ผลปรากฏว่าหลังจากปี พ.ศ. 2493 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้จัดส่ง คณะที่ปรึกษา อาสาสมัคร และกำลังสนับสนุนด้านต่างๆเข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมาก เฉพาะด้านทหารและตำรวจนั้น สหรัฐอเมริกาได้ส่งคณะที่ปรึกษาทางทหารมาประจำประเทศไทยในปี พ.ศ. 2493 ต่อมาขยายเป็นหน่วย JUSMAG เพื่อช่วยวางแผนการจัดกองพล การจัดกรมผสม จัดระบบ ส่งกำลังกองทัพบก ฯลฯ ขณะที่กองกำลังตำรวจขณะนั้นอยู่ภายใต้การนำของพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ก็ได้รับการขยายกำลังออกไปอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ให้การสนับสนุน ผ่านทางบริษัทซี ซัปพลาย (Sea Supply Coporation) การเข้ามาทำงานในประเทศไทยในฐานะอาสาสมัครสอนการยังชีพในป่าให้แก่ทหาร และตำรวจตระเวรชายแดนของนายฮาโรลด์ เมสัน ยัง ก็คงอยู่ในบริษัททางการเมืองดังกล่าวนี้ด้วย การสะสมสัตว์นานาชนิดของนาย ฮาโรลด์ เมสัน ยัง ภายในบริเวณบ้านเวฬุวันที่ตนเช่าอยู่นั้น คงมี มากขึ้นๆ และคงสร้างต้องอาศัยพื้นที่ในบริเวณบ้านเวฬุวันมากขึ้นคงทำให้พื้นที่อันสวยงามของบ้านเวฬุวัน เช่น สนามหญ้าหน้าบ้านถูกใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ไปโดยปริยาย จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ ทายาทคนหนึ่งของ นาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ได้ขอให้นายฮาโรลด์ ผู้เช่าบ้านเวฬุวัน ย้ายสวนสัตว์ของเขาไปไว้ที่ ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของนาย กี-นาง กิมฮ้อ นิมมานเหมินท์ ซึ่งอยู่เชิงดอยสุเทพเช่นกันซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ส่วน หนึ่งของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่คงโดยเหตุที่นายฮาโรลด์เป็นชาวอเมริกัน ประชาชนของประเทศที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงยิ่งของโลก เขาจึงติดต่อขอที่ดินป่าสงวนเชิงดอยสุเทพต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่โดยตรง จนได้รับอนุมัติให้ใช้พื้นที่ป่าสงวนเชิงดอยสุเทพประมาณ 60 ไร่ เป็นที่ตั้งสวนสัตว์ของเอกชน เปิดบริการให้เข้าชมตั้งแต่วันจักรี 6 เมษายน พ.ศ. 2500 จนกระทั่งนายฮาโรลด์ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2518 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2520 สวนสัตว์จึงโอนเข้าสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2520 เป็นต้นมา เนื่องนับถึงวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2530 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีอายุครบ 10 ปีเต็ม ในรอบทศวรรษนั้น สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ขยายพื้นที่จากเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่อนุมัติให้นายฮาโรลด์ จัดตั้งสวนสัตว์ประมาณ 60 ไร่ ได้รับการขยายเป็น 130 ไร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 สวนสัตว์เชียงใหม่ก็ได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ขยายพื้นที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ไร่ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสวนสัตว์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหนึ่งโดยมี ศาสตราจารย์ อัน นิมมานเหมินท์ เป็นประธานดำเนินงานวางผังหลักกำหนดแนวทางพัฒนาสวนสัตว์ชียงใหม่ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งประเภทตำนาน จารึก และภาพถ่ายทางอากาศยืนยันชัดว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสัตว์เชียงใหม่คือส่วนหนึ่งของ เวียงเจ็ดลิน เวียงโบราณรูปวงกลมที่สร้างขึ้นในสมัยพญาสามฝั่งแก่น กษัตริย์แห่งราชวงศ์มังราย ลำดับที่ 8 (พ.ศ. 1945 - 1984) ร่องรอยคูน้ำ คันดินบางส่วนก็ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบันซากอิฐจำนวนไม่น้อย ยังคงปรากฏทั่วไปในบริเวณสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยเฉพาะบนเนินเนินเหนือที่เลี้ยงช้าง เป็นกองอิฐก้อนใหญ่มาก เป็นร่องรอยให้สามารถสันนิษฐานได้ว่าเป็นโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับทางศาสนา (ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานวัดกู่ดินขาวในปัจจุบัน) สวนสัตว์เชียงใหม่ ขึ้นอยู่กับองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความร่วมมือมาอย่างยาวนานกับสวนสัตว์ทารองก้า ประเทศออสเตรเลีย โดยการสนับสนุนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสถานเอกอัครข้าราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทำให้ได้รับมอบสัตว์สำคัญจากออสเตรเลียมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่
Facebook และ YouTube